หลังจากไฟไหม้

posted on 31 May 2015 17:02 by teapot

ภาคเหตุการณ์ไฟไหม้ คลิกที่นี่

.

พอเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมาก็เลยเข้าใจว่า สิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งช่วงเกิดอุบัติภัยต่างๆก็คืออุปกรณ์สื่อสาร

ตามปกติในหอพักพนักงานไม่มีอินเตอร์เน็ทให้ใช้ พวกพนักงานอินเตอร์เลยลงขันเช่าสัญญาณ wifi แล้วแชร์สัญญาณกัน ตอนเรามาถึงก็มีคนแชร์สัญญาณกันเยอะแล้วเลยไม่อยากไปแย่งเขาอีก เลยใช้วิธีเช่า pocket wifi รายเดือนแทน

วันที่ไฟไหม้ สัญญาณ wifi ที่เขาใช้กันกลับใช้ไม่ได้เลย พนักงานฟิลิปปินส์ 2 คนที่อพยบมาอยู่ห้องเราชั่วคราวก็นั่งหน้าแห้งว่าอยากติดต่อที่บ้านแต่สัญญาณไม่มี เราเลยเอา pocket wifi ให้ยืมใช้ไปชั่วคราวก่อน ขอบอกขอบใจกันยกใหญ่ก่อนจะแยกกันเข้านอน

วันอังคาร พนักงานฟิลิปปินส์รอเข้ากะตอนบ่าย ช่วงกลางวันไม่มีอะไรทำ เราเลยทิ้งเครื่องเอาไว้ให้เขาใช้ไปพลางๆก่อน เราทำงานง่วงๆจนพักเที่ยง กินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารเสร็จก็เดินกลับมาดูที่พัก ปรากฏเห็นรองเท้าวางเต็มหน้าบ้าน เปิดประตูเข้าไปเจอคนฟิลิปปินส์เกือบ 10 คนเลยมั้ง นั่งล้อม pocket wifi เครื่องเดียว พลางก้มหน้าไถหน้าจอมือถือของใครของมัน

ออกจะเสียมารยาทไปหน่อย แต่ภาพที่เห็นนี่ทำเอาเรานึกไปถึงฝูงสัตว์ป่ามารวมผิงกองไฟในยามค่ำคืนแสนหนาวเหน็บกลางป่าไม่มีผิด

ม่า... แต่ในยามนั้นจะให้ใจดำงุบงิบ wifi ไว้ใช้คนเดียวมันก็รู้สึกไม่ดีแหละ ในขณะที่ทุกคนกำลังลำบาก เราพอช่วยอะไรได้ก็อยากช่วย เพราะงั้นถึงจะอึ้งๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เกรงใจรูมเมทเสียมากกว่าที่มีคนมารวมกันที่บ้านเยอะแยะ แต่รูมเมทก็คงเข้าใจเขาเลยไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกัน

บ่ายเข้าทำงานปกติ พอช่วงเย็นกลับหอพักอีกที คนฟิลิปปินส์หายไปหมดแล้ว (เพราะเข้ากะ) แต่ก็ยังต้องรับแขกต่อเนื่อง สรุปง่ายๆว่าในโซนหอพักพนักงานอินเตอร์ตอนนี้มีแต่ที่ห้องนี้ห้องเดียวที่มีเน็ทใช้ เพื่อนห้องข้างๆเลยมาขออาศัยใช้เน็ทกันซะอบอุ่น พอสัก 4 ทุ่มต่างคนต่างพอใจแล้วก็แยกย้ายกันกลับห้อง เราเตรียมจะพักผ่อนแล้วยังไม่ทันไรเพื่อนห้องข้างๆเมื่อกี้ก็เข้ามาหา คราวนี้พาพนักงานอินโดนีเซียผู้ชายมา 2 คนหน้าตาซีดๆ บอกว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ติดต่อที่บ้านเลย เมียที่อินโดรู้ว่ามีไฟไหม้แต่สามียังไม่ได้ติดต่อมาเลยกำลังพานิคสุดๆ จะขอใช้เน็ทด้วยได้ไหม อะ มาก็มา พามานั่งผิงไฟ เอ้ย นั่งหน้าเครื่องพอคเก็ต บอก user บอก password ให้ พอเขาต่อเน็ทติดโทรหาที่บ้านเปิดสปีกเกอร์ปลายทางรับสายแล้วพอรู้ว่าเป็นสามีโทรมาเท่านั้นแหละ ทั้งเสียงเมีย เสียงลูก เสียงใครต่อใครที่ปลายทางทะลักมาทางนี้หมด ถึงจะฟังไม่เข้าใจแต่ก็รู้สึกดี เราก็นั่งอยู่ตรงนั้นแหละแต่ปล่อยให้เขาได้คุยกัน สักพักได้ยินแว่วๆว่ามีเรียกชื่อเราด้วย แล้วก็หันมือถือมาที่เราเลยเห็นว่าเปิด video call อยู่ ก็เลยได้สวัสดีเมียฝั่งโน้นแบบงงๆ ก่อนจะจบการสนทนาแล้วแยกย้ายกลับที่พัก ใบหน้าสดใสต่างจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนั้นนึกขอบคุณเพื่อนโต้กับเพื่อนดันไบน์ที่ทำให้เรารู้จักบริการ pocket wifi ตอนมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน
และขอบใจตัวเองจริงๆที่ตัดสินใจเลือกเช่า pocket wifi แทนที่จะไปแชร์กับคนอื่น ทำให้ได้ช่วยคนที่เขาเดือดร้อนในยามจำเป็น

เช้าวันรุ่งขึ้น (และวันต่อๆๆๆๆมา) ก็เลยกลายเป็นที่รู้จักโดยปริยาย แต่เดิมที่เคยมองหน้ากันมึนๆงงๆ ก็มียิ้มให้บ้าง ส่งเสียงทักทายกันบ้าง เพื่อนห้องข้างๆที่ไม่เคยคุยกันเลยก็มักจะแวะมาพูดคุยด้วย

ส่วนอินเตอร์เน็ท พอวันพุธก็ใช้สัญญาณเดิมได้ตามปกติแล้วเลยไม่ต้องรับแขกอีกต่อไป

.

.

.

Comment

Comment:

Tweet