ไฟไหม้

posted on 31 May 2015 13:24 by teapot

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 พฤษภาคม) ที่หอพักพนักงานอินเตอร์เกิดไฟไหม้ค่ะ

หอพักพนักงานอินเตอร์เป็นอาคาร 3 หลังขนานกัน ตั้งอยู่ด้านหลังสุดของโรงงาน
หอหลังแรกอยู่ใกล้โรงงานที่สุด เป็นตึกแถว 4 ห้องใหญ่ ซึ่งในห้องใหญ่ 1 ห้องจะมีลักษณะคล้ายบ้านคือมีพื้นที่ส่วนกลาง มีห้องน้ำห้องนอนแบ่งเป็นสัดส่วน ส่วนหอที่สองกับสามจะเหมือนกันคือเป็นอาคารยาว 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องเล็กๆแบบห้องสตูดิโอ


หอหลังแรกเป็นบ้านพักของพนักงานที่ทำงานส่วนออฟฟิศ อยู่ปนๆกันทั้งอินโดและฟิลิปปินส์ (มีกะเหรี่ยงไทยเป็นตัวแถมอยู่ 1 คน) ส่วนอาคารสองกับสามเป็นของพนักงานในไลน์ผลิต แบ่งเป็นกลุ่มพนักงานจากอินโดนีเซียอยู่อาคารสอง แล้วพนักงานจากฟิลิปปินส์อยู่อาคารสาม ห่างจากโรงงานที่สุด

คืนวันจันทร์เวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่า ขณะที่เรานอนแล้วกำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจากอาคารที่สอง ตอนนั้นคิดว่าพวกผู้ชายมันเล่นอะไรกันดึกๆดื่นๆไม่ยอมนอนวะ เลยลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างดู เห็นไฟกำลังลุกไหม้ห้องสตูดิโอของอาคารสอง และพวกผู้ชายอินโดกำลังพยายามช่วยกันดับไฟ แต่อาคารมันเก่ามาก เครื่องเรือนที่เป็นไม้และกระดาษก็เยอะ เรายืนดูอยู่อย่างนั้นแค่แป๊บเดียวไฟก็ปะทุลามไปห้องข้างๆเรื่อยๆแล้ว ตายล่ะท่าไม่ดี เลยไปปลุกรูมเมท 2 คนให้ตื่น ตอนแรกยังงงๆว่าเราปลุกทำไม พอเห็นไฟเท่านั้นแหละหายง่วงกันเลย มองหน้ากันว่าทำไงดี ไฟก็ลามหนักขึ้นเรื่อยๆ รูมเมทกดมือถือโทรหาคุณป้าธุรการที่ดูแลพนักงานอินเตอร์ แต่ 5 ทุ่มกว่าคุณป้าคงหลับไปนานแล้วไม่รับโทรศัพท์เลย ทำไงดีชักจะพานิคแล้ว ควันก็คลุ้งเข้ามาในห้องฝั่งนี้ ก็พอดีได้ยินเสียงไซเรนรถดับเพลิงเข้ามาเลยใจชื้นหน่อยว่าเอาวะอย่างน้อยเจ้าหน้าที่ก็มาแล้ว

ตอนนั้นเพื่อนอินโดข้างห้องที่ตื่นเพราะกลิ่นควันไฟกับเสียงโวยวายก็มาหาที่ห้องเรา บอกว่าให้หนีไปที่จุดรวมพลตามเส้นทางหนีฉุกเฉิน เราเลยกลับห้องโกยของที่จำเป็น (กระเป๋าตังค์+อุปกรณ์สื่อสารทุกชิ้นที่ติดตัวได้+พาสปอร์ต+PS vita) ยัดใส่กระเป๋าเป้อย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตามเพื่อนไปที่จุดรวมพลทั้งชุดนอนกับเสื้อกันหนาวนั่นแหละ ซึ่งพอไปถึงก็เห็นหลายคนรวมกันอยู่ตรงนั้นแล้วในสภาพไม่ต่างกัน พนักงานคนญี่ปุ่นที่อยู่กะกลางคืนกำลังช่วยเจ้าหน้าที่ต่อสายยางดับเพลิง บางคนก็กำลังประสานงานอะไรไม่รู้ เสียงเอะอะเต็มไปหมด

ตรงจุดรวมพลนี้อยู่ห่างจากโซนหอพักเด็กอินเตอร์ แต่สามารถเห็นอาคารได้ชัดเจน พวกเราที่อยู่ตรงนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูไฟกำลังกลืนอาคารทั้งหลังอย่างรวดเร็ว โชคดีมากที่ไม่มีลมพัด ไม่งั้นไฟอาจจะลามไปยังอาคารใดอาคารหนึ่งที่ขนาบข้างอยู่ได้ ขณะที่หัวหน้ากลุ่มพนักงานแต่ละประเทศกำลังเช็คคนของตัวเองแต่เช็คได้ไม่ครบเพราะคนฟิลิปปินส์ที่อยู่อาคารสามหนีไปอีกทาง เพราะถ้าจะมาที่จุดรวมพลตรงนี้ต้องผ่านอาคารสองที่เพลิงกำลังท่วมอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็เลยไปช่วยพาคนฟิลิปปินส์กลับมาทางฝั่งนี้จนตามกันมาได้ครบ (ไม่รู้เขาทำได้ไงเหมือนกัน) แล้วคุณพี่ธุรการก็เข้ามาต้อนพวกเราให้ไปรวมกันในโรงอาหารแทน จะได้นับคนอีกรอบด้วย และโรงอาหารมีที่นั่งอุ่นสบายกว่ายืนตากน้ำค้างหนาวกึกๆที่จุดรวมพลนี้แน่

พอเข้ามาในโรงอาหาร อาดรินาลีนที่พุ่งพล่านเตรียมยกโอ่งหนีก็หายไปแล้ว แต่ละคนนั่งหน้าแห้งสภาพเหมือนแรงงานอพยพ คุณธุรการก็เริ่มนับหัวเช็คชื่อ จนแน่ใจว่าอยู่กันครบทุกคนแล้วก็ให้เรานั่งพักกันเงียบๆ ให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานเต็มที่

ไอ้คำศัพท์ว่า 消火活動 ปฏิบัติการดับเพลิง ที่เพิ่งรู้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ก็ได้ถูกเอามาใช้ทันเหตุการณ์พอดี

พอเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ ตำรวจกับนักข่าวก็ปรากฏตัวเข้ามา สัมภาษณ์คนที่เห็นไฟไหม้เป็นคนแรก แน่นอนว่ามีปัญหาเรื่องการสื่อสารเพราะคนถูกสัมภาษณ์เป็นคนอินโดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย ต้องให้คนอินโดอีกคนที่พอพูดญี่ปุ่นได้เป็นล่ามให้ ส่วนคนที่เหลืออีกหลายสิบชีวิตยังนั่งกันอยู่เงียบๆ ในสภาพที่ ไม่เหลืออะไรเลย

คนที่อยู่อาคารแรก (เราด้วย) โชคดีที่อยู่ใกล้โรงงานใกล้จุดรวมพลที่สุด มีเวลาคว้าข้าวของติดตัวมาบ้าง ไฟก็ไม่ได้ลามไปถึง (แค่ควันคลุ้ง) แต่คนที่หนีจากอาคารสองนี่หนีแต่ตัว สิ่งของที่ซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน เงินทองที่รอมริบเก็บเอาไว้ หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่จะใช้เปลี่ยนในชีวิตประจำวัน สูญสลายไปกับกองเพลิงต่อหน้าต่อตา

จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ แต่ที่ได้ยินมาเห็นว่าดูจากสภาพที่ไหม้แล้วต้นเพลิงอยู่ด้านนอกกำแพงอาคาร จึงไม่น่ามาจากไฟในครัว

ตี 2 เจ้าหน้าที่ดับไฟได้หมดแล้ว ส่วนคุณธุรการต้องหาที่พักใหม่ให้กับพนักงานเป็นการชั่วคราว พวกอาคารแรกไม่มีปัญหาอะไรสามารถกลับไปนอนได้ แต่อาคารสองไม่เหลือให้กลับแล้ว ส่วนอาคารสามถึงแม้จะไม่โดนไฟลามแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปเพราะมันต้องเดินผ่านอาคารสอง พนักงานอินโดกับฟิลิปปินส์เลยถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆแยกย้ายไปพักในโรงแรมใกล้ๆชั่วคราว

กว่าจะจัดการอะไรเสร็จสรรพก็ปาไปตี 3 ห้องพักของเราก็มีพนักงานฟิลิปปินส์มาอยู่เพิ่ม 2 คน ต่างคนต่างหมดแรงกลับเข้าห้องนอนกันเงียบๆ
อย่างที่บอกว่าหน้าต่างห้องเราหันเข้าหาอาคารสองพอดี เลยเห็นสภาพ(อดีต)อาคารที่เหลือแต่โครงดำๆกับควันที่ยังคลุ้งอวนๆอยู่

โจรขึ้นบ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว

คำพูดของป๊าที่เคยเตือนเรื่องฟืนไฟตั้งแต่เด็กๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้งในตอนนี้เอง

.

.

.

ภาคต่อเหตุการณ์หลังจากนี้ คลิกที่นี่

.

.

Comment

Comment:

Tweet

PS Vita คือสิ่งจำเป็นสินะ *-*

#1 By Little Lamb on 2015-05-31 16:22