บทเรียนที่หนักหน่วง

posted on 13 Jun 2013 17:11 by teapot directory Diary
แก่แล้วนะ
จะมาใช้ร่างกายทิ้งๆขว้างๆเหมือนตอนสาวๆไม่ได้แล้วนะ

* * * * *
 
ทั้งหมดทั้งปวงมันเริ่มมาจากการใช้เงินโดยไม่คิดเมื่อปีที่แล้ว

หนักที่สุดและเจ็บใจที่สุดคือการซื้อคอร์สรักษาผมร่วงของสเวนสัน ตอนแรกคิดว่าจะไม่ซื้ออะไรแบบนี้อีกแล้ว แต่ตอนนั้นดันช้อคที่พี่แอ๊บมาทักเลยขาดสติเดินไปซื้อคอร์สเลย.

ยอมรับว่าบางส่วนมาจากการไม่ควบคุมกิเลสตัวเอง พอมีเงินเยอะ ก็ใช้เยอะ กิเลสใหญ่ขึ้นตามเม็ดเงินที่หาได้
รู้ตัวอีกทีเงินเก็บก็หายไปจนตกใจ และความตกใจนี้เองทำให้ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกเงินเก็บส่วนนั้นกลับคืนมา

ตอนนั้นก็พยายามหาทางทำเงินด้วยการไปสมัครเป็นครูสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่น แต่สมัครไปแล้วเขาไม่รับสักทีก็เลยยอมเบนเส้นทางมาที่การรับงานแปลแทน แต่ทั้งที่ตัดสินใจจะไม่ทำงานแปลอีกแล้วแท้ๆ พอคุยกับเพื่อนที่เขาทำอยู่ก็นึกเอาเองว่าจะไม่ใช่งานที่หนักหนาอะไร แค่แปลวันละ 3 - 4 หน้า A5 ทำเรื่อยๆ 3 เดือนก็เสร็จแล้ว เอาเวลาหลังเลิกงานวันละชั่วโมงมาแปลก็พอแล้ว ค่าจ้างก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ

ความอยากได้เงิน ความทุกข์บังตา จึงทำให้แปรผลข้อมูลอย่างเข้าข้างตัวเองสุดๆว่า งานง่ายๆ ทำได้แน่ๆ

แล้วก็ตัดสินใจรับงานแปล

1 วันมี 24 ชั่วโมง

ตื่น 6 โมง ไปทำงาน 7 โมง เริ่มงาน 8 โมง ทำ ๆ ๆ พอ 5 โมงเย็นเลิกงาน กลับถึงบ้านสัก 1 ทุ่ม ทำธุระส่วนตัวนิดหน่อยก็เริ่มแปลงานตอน 2 ทุ่มได้แล้ว แปล 3 หน้าใช้เวลา 2 ชั่วโมง พอ 4 ทุ่มแปลเสร็จก็นอนพอดี

คิดง่ายๆแค่นี้ แต่หาสำนึกไม่ว่า

งานประจำของหล่อนน่ะไม่เอื้อให้เลิกงาน 5 โมงตรงเผงหรอกนะ ไหนจะประชุม ไหนจะเดินทาง ไหนจะอุบัติปัจจัยล้านแปด กว่าจะถึงบ้าน กว่าจะได้เริ่มแปลจริงๆก็ปาไป 4 ซ้า 5 ทุ่มแล้ว

บางทีสมองตัน หรือใช้พลังงานไปกับงานประจำจนหมดเกลี้ยงก็ไม่เหลืออะไรมาให้สมองทำงานแปลช่วงกลางคืนได้อีก หรือบางทีพยายามฝืน ถืน ไถ แปลไปกว่าจะเสร็จก็ข้ามคืน กว่าจะได้นอนตี 1 ตี 2 สภาพไม่ต่างอะไรกับตอนทำ IS เลย

หรือต่อให้ เราสามารถทำตามแผนที่กำหนดไว้ได้เป๊ะๆ ไอ้ช่วงเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย คุยกับแม่ คุยกับพี่เล็ก หรือทำสิ่งอื่นใดอันเป็นการพักผ่อนร่างกาย ฟื้นฟูพลังงานก็ไม่มีเลยสักนิด

ที่แ่ย่กว่านั้นคือ ยังเอาเวลาหลวง เอาทรัพย์สินหลวง มาใช้ทำงานราษฎร์นี่เสียอีก

ช่วงที่กำหนดส่งมันใกล้เข้ามา ร่างกายยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ประสิทธิภาพการทำงานประจำก็ไม่เหลือ ตาโหล ผมร่วง เป็นสิว อ้วน สารพัด รู้เลยว่าขีดจำกัดของร่างกายมันถดถอยกว่าสมัยติวบัญชีข้ามคืนหรือเข็น IS ขึ้นยอดเขามาก

ขณะนั่งแปลงานไปก็น้ำตาตกในไปนั่นเองก็สำนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นฉันไม่ใช้เงินเลอะเทอะขนาดนั้นละก็นะ...
 
อีกอย่างที่สำนึกขึ้นมาได้จากการหลังขดหลังแข็งแปลงานรอบนี้คือ เราไม่ได้ชอบงานแปลอย่างที่ตัวเองเคยเข้าใจ เราชอบงานที่ได้เคลื่อนไหว ได้ออกข้างนอก ได้พบปะผู้คน มากกว่าหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน นั่งจุ้มหน้าจอ อ่าน หาความหมายศัพย์ และแปลไปอย่างนั้น
 
ระหว่างที่กำลังแปลอยู่ก็ได้ยินเสียงภายในใจที่กรีดร้องว่า เอาฉันออกไปจากตรงนี้ เอาฉันออกไป เอาฉันออกไป
 
* * * * *
 
ตอนนี้เราสำนึกทุกอย่างแล้ว

งานแปลส่งทันกำหนดเรียบร้อยดีอย่างเหลือเชื่อ วินาทีที่ตัวเองเป็นอิสระนั้นมันเบาหวิวบอกไม่ถูก
และเหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจให้บอสซี่ไปราชการที่ญี่ปุ่น 1 สัปดาห์เต็มๆ ทำให้เราได้พักฟื้นเซลล์ต่างๆของร่างกายเต็มที่ ได้นอนเต็มที่ ชื่นชมอิสรภาพที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆเต็มที่

และพอหายเหนื่อยดีแล้วจะกลับมาตั้งเป้าวางแผนชีวิตกันใหม่ในเส้นทางที่เราควรและตั้งใจจะเดินไป

Comment

Comment:

Tweet

งั้นต้องเป็นล่ามฟรีแลนซ์สินะ ได้เจอผู้คน

#1 By Little Lamb on 2013-06-18 23:13