วันศุกร์ที่จะถึงนี้ ก็จะมีอายุงานครบ 4 ปีล่ะ

เพิ่งฉลองพ้นภาวะน้องใหม่หน้าใสกิ๊งไปแหมบๆ

ปีนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไปเยอะ ต้นปีก็ได้เจ้านายใหม่ ได้เริ่มเรียนโท และเมื่อเร็วๆนี้ก็มีการโยกย้ายผู้บริหารคนญี่ปุ่น คนเก่าๆแก่ๆเกษียณไปหมด เอาคนใหม่ๆซิงๆมาทำงานแทน

การเปลี่ยนแปลงองค์กรมันเป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดา เพียงแต่ที่คราวนี้พิเศษหน่อยเพราะเป็นการรื้อหมากทั้งกระดาน แถมเป็นคำสั่งย้ายแบบสายฟ้าแลบ คนญี่ปุ่นเก็บกระเป๋าจองตั๋วเครื่องบินกันแทบไม่ทัน

และเพราะเป็นการย้ายผู้บริหารระดับสูง มันก็เลยกระทบกับเลขาหน้าห้องโดยตรง แต่ด้วยความที่เจ้านายเราเป็นคนไทยแถมตัวเองก็เพิ่งจะทำงานได้ไม่กี่ปีเลยชิลล์ๆไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ตรงกันข้าม พี่เลขาซะอีกที่ดูตื่นเต้นตาเหลือก เจ้านายเราก็ส่อแววตื่นเต้นกะคนญี่ปุ่นชุดใหม่นี้ ทำเอาเรางงไปเลย

คุณเจ้านายทำงานมา 30 ปี เปลี่ยนผู้บริหารมาก็หลายรุ่น ทำไม๊ทำไมจะต้องตื่นเต้นอะไรกับการโยกย้ายครั้งนี้ด้วย

พี่เลขายิ่งแล้วใหญ่ คุณเธอมากระซิบกระซาบกับเราว่า "นี่มิต มิตก็ต้องเตรียมตัวคิดแล้วนะ คิดให้ดีๆรอบคอบล่ะ"

คิดอะไรคะ? มีอะไรต้องกังวลด้วยเหรอ

พี่เลขาทำหน้าตะลึงแบบว่า อีนี้ช่างไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยรึไง พี่เลขาเลยบอกว่า ผู้บริหารที่จะมาใหม่นี่ ไม่เคยไปทำงานต่างประเทศที่ไหนมาก่อนเลย ภาษาก็ได้แต่ญี่ปุ่นอย่างเดียว ไทยอังกฤษแบ๊ะๆ

"มิตคิดดูแล้วกันว่าจะเอายังไง ถ้าเรามาอยู่กับทางนี้ (หมายถึงนายญี่ปุ่นคนใหม่) ก็ถือว่าเป็นโอกาส"

พอพี่เขาพูดอย่างนี้เราก็เลยตะลึงมั่ง ในหลายๆความหมาย ทั้งที่ปกติไม่เคยคิดอะไรชีวิตมันก็อยู่เป็นสุขอยู่แล้วแท้ๆ

แต่น่ะ ตกตะลึงอยู่ได้ไม่กี่วัน พวกผู้ใหญ่เขาก็มีทางออกให้เสร็จสรรพ สรุปว่าให้เราทำงานอยู่กับเจ้านายไทยคนเดิมนี่แหละ และ อยู่หน้าห้องเจ้านายญี่ปุ่นคนใหม่ด้วย

เห็นมั้ย อะไรๆก็ลงตัว ไม่เห็นจะต้องไปเดือดร้อนอะไรเลย หลังจากที่ผู้ใหญ่เขากำหนดมาอย่างนี้ ดูเหมือนว่าทั้งคุณเจ้านายและคุณพี่เลขาก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้สักที

-

-

-

ขอเขียนไว้เป็นบันทึกความภาคภูมิใจเล็กๆ
เรื่องเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องคือ ได้โปรโมทแล้วล่ะ
จากที่เป็นสต๊าฟต๊อกต๋อยก็ได้เลื่อนเป็นลีดเดอร์
ไม่ใช่ว่าจะมีลูกน้องเพิ่มมาหรอกนะ
กลายเป็นมีเจ้านายเพิ่มขึ้นมาอีกคนต่างหาก... orz

-

-